กลุ่มธนชาต มุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ โชว์ผลประกอบการสุดแจ่มกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/55 ที่ 1,709 ล้านบาท (+8.0% YoY, +43.3% QoQ) และกำไรงวดครึ่งปีแรกปี 55 ที่ 2,903ล้านบาท (+6.5%YoY)
นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการผลการดำเนินงานไตรมาส 2/55 ว่า กลุ่มธนชาตมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,709 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1/55 และ 4/54 หลังจากผ่านปีแห่งการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารนครหลวงไทย พร้อมทั้งก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยในปลายปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1/55 กลุ่มธนชาตมีกำไรสุทธิ 1,194 ล้านบาท และในไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิ 1,709 ล้านบาท แม้ว่าในครึ่งปีนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีที่แล้วก็ตาม ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นปัจจัยหลักเกิดจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 5.9% เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 5.1% ณ สิ้นไตรมาส 2/55 รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อทั้งสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หากไม่นับรวมการแก้ไขหนี้ NPL และปิดบัญชีลูกหนี้ NPL รายใหญ่ สินเชื่อเติบโตถึงร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 54 ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก Synergy และค่าธรรมเนียมจากการ Cross-sell ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
“สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าสินเชื่อจะยังเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธนชาต ในขณะเดียวกันกลุ่มธนชาตจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยผสานพลังภายในกลุ่มในการทำ cross-sell ผ่านเครือข่ายสาขาทั่วประเทศกว่า 630 สาขา อีกทั้งจะลด NPL ลงมาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม” นายศุภเดช กล่าว
ในขณะที่ นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ผลการดำเนินงานของธนาคารธนชาตปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อไตรมาส 4/54 เนื่องจากในปีนี้ธนาคารได้มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของกลุ่มธนชาต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และตอบสนองความต้องการเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในครึ่งปีหลังธนาคารได้มีการวางระบบกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้สินเชื่อขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อ SME และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันธนาคารมีนโยบายในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กันไป ทั้งค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานด้วยการรวมงาน back office เข้าไปไว้ที่เดียวกัน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยด้วยการขยายสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์ และค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญด้วยการบริหารจัดการสินเชื่อ PL และ NPL อย่างมีประสิทธิภาพ”
ที่มา http://www.newswit.com/fin/2012-07-20/96911f73636a7d87c3c9040c301ce2c6/
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
บลจ.ธนชาต เสนอขาย Fixed Income 25 กองทุนตราสารหนี้ผสมไทย–ต่างประเทศ ให้ผลตอบแทนสูงถึง 3.15%
บลจ.ธนชาต เสนอขายกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 25 (TFixedIncome25) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.15% เสนอขายครั้งเดียวจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2555
นางสาวทิพวัลย์ เอี่ยมโอภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 25 (TFixedIncome25) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.15% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ของ Union National Bank / Abu Dhabi Commercial Bank / First Gulf Bank ประมาณ 20% ลงทุนในเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ของ Bank of China ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย Emirates NBD ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. / Banco Bradesco ประมาณ 18% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ / บมจ.แสนสิริ / บมจ.เอสซี แอสเซท คอร์ปอเรชั่น ประมาณ 21.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.3824% ต่อปี ซึ่งมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2324% ต่อปี โดยพร้อมเปิดเสนอขายแล้วจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ทั้งนี้กองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทร 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร 1770 หรือ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com
ที่มา http://www.newswit.com/fin/2012-07-26/2af8bb36dd876d6e807eadf4303dfc85/
นางสาวทิพวัลย์ เอี่ยมโอภาส ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 25 (TFixedIncome25) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.15% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ของ Union National Bank / Abu Dhabi Commercial Bank / First Gulf Bank ประมาณ 20% ลงทุนในเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ของ Bank of China ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย Emirates NBD ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. / Banco Bradesco ประมาณ 18% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.ควอลิตี้เฮ้าส์ / บมจ.แสนสิริ / บมจ.เอสซี แอสเซท คอร์ปอเรชั่น ประมาณ 21.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% อายุประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.3824% ต่อปี ซึ่งมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2324% ต่อปี โดยพร้อมเปิดเสนอขายแล้วจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ทั้งนี้กองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทร 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร 1770 หรือ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com
ที่มา http://www.newswit.com/fin/2012-07-26/2af8bb36dd876d6e807eadf4303dfc85/
ธนาคารธนชาต ออก “บัตรเดบิตกลิ่นมะลิ” ต้อนรับเทศกาลวันแม่
ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต้อนรับเทศกาลวันแม่ ออก “บัตรเดบิตกลิ่นมะลิ” (LIMITED EDITION) เชิญชวนผู้สนใจใช้บริการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน พร้อมสมัครบัตรเดบิตแคชแบ็ก จะได้รับบัตรเดบิตที่มีกลิ่นหอมของดอกมะลิ ผู้สนใจสมัครใช้บริการได้ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ที่ธนาคารธนชาต 630 สาขาทั่วประเทศ หรือ โทรศัพท์สอบถาม 1770
ที่มา http://www.ryt9.com/si/prg/1454059
วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ธนชาตเปิดเกมรุกธุรกิจประกัน เพิ่มช่องทางขาย ดันบริการใหม่มุ่งเป้าตำแหน่ง TOP5 ปีนี้
ประกันภัยธนชาต ประกาศความสำเร็จโกยเบี้ยประกันผ่านแบงก์แอสชัวร์รันซ์ครึ่งปีแรกสดใส มั่นใจได้เบี้ยรวมทั้งปีตามเป้ามากกว่า 5,500 ล้านบาท พร้อมเปิดเกมรุกครึ่งปีหลังผลักดันช่องทางขายทั้ง Direct Sale และอีคอมเมิร์ซ ชูกลยุทธ์เจาะตรงถึงกลุ่มเป้าหมายและเน้นความสะดวกให้ลูกค้า พร้อมตอบสนองด้วยความสมบูรณ์ของระบบ เครือข่ายและบุคลากร และล่าสุดได้ผู้บริหารจากธนาคารธนชาตเป็นแม่ทัพใหญ่ มั่นใจส่งประกันธนชาต ครองตำแหน่ง “Top 5” นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัทธนชาตประกันภัย จำกัด เปิดเผยว่า จากศักยภาพการขายประกันผ่านแบงก์แอสชัวร์รันซ์ (Bank assurance) ในช่วงครึ่งปีแรกทำให้ผลงานการขายมีแนวโน้มที่ดีและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยได้การสนับสนุนจากเครือข่ายสาขาธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ที่มีมากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศส่งผลให้บริการลูกค้าเป็นไปอย่างทั่วถึงและใกล้ชิด ซึ่งในช่วงหลังจากนี้ในส่วนของธนชาตประกันภัยจะใช้กลยุทธ์การขายที่เน้นเจาะไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการผลิตภัณฑ์โดยตรงและช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าในการเข้าถึงบริการ
“กลยุทธ์การขายของธนชาตประกันภัยจะมุ่งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทาง Direct Sale (Hire Purchase) ขายประกันภัยผ่านเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารธนชาต โดยจะเป็นช่องทางหลักของการขาย ,ขยายช่องทางขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ผ่านเจ้าหน้าที่ธนชาตโบรกเกอร์ (Telesale) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 และช่องทางการขายประกันภัยผ่านทาง Internet หรืออีคอมเมิร์ซ ซึ่งนับวันจะได้รับความสนใจมากขึ้น ส่วนช่องทาง Bancassurance ซึ่งเป็นช่องทางที่ขายประกันภัยผ่าน Counter สาขาของธนาคารธนชาต มีแนวโน้มว่าจะได้เบี้ยประกันรวมทั้งปีเกินจากเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้เป็นเพราะบริษัทฯเน้นออกผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่หลากหลายขึ้น พร้อมเจาะตลาดสินเชื่อรถยนต์ โดยอาศัยความแข็งแกร่งของธนาคารธนชาตในฐานะผู้นำตลาด รวมถึงขยายฐานลูกค้าประกันไปยังลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเอสเอ็มอี นอกจากนี้ยังออกแพ็กเกจที่ตอบสนองได้ทันต่อความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ที่สำคัญในด้านบริการยังคงเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว สะดวกและมีประสิทธิภาพ” นายศุภเดช กล่าว
กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัทธนชาตประกันภัย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์การรุกธุรกิจประกันเพื่อตำแหน่งท็อป 5ในปีนี้ ยังรวมถึงการได้นายนพดล เรืองจินดา จากธนาคารธนชาตขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร บริษัทธนชาตประกันภัย และเป็นรองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทธนชาตประกันชีวิตด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยบริหารบริษัททั้งสองแห่งมากว่า 10 ปี ช่วยยกระดับธนชาตประกันภัยจากเบี้ยประกันภัยรับในปี 2541 อยู่ที่ 240 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาทในปี 2552 และทำให้ธนชาตประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยสูงติดอยู่ในอันดับต้นๆของอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดกับผลงานการบริหารเครือข่ายสาขาของธนาคารธนชาตจนสามารถขยายฐานการให้บริการลูกค้าได้มากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ ทำให้มั่นใจว่ากลุ่มประกันของธนชาตจะขยับขึ้นสู่แนวหน้าของประเทศได้อย่างแน่นอน
ที่มา http://www.thanachartbank.co.th/tbankcmsfrontend/promotiondetailth.aspx?typeid=13&id=426
“กลยุทธ์การขายของธนชาตประกันภัยจะมุ่งผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ ช่องทาง Direct Sale (Hire Purchase) ขายประกันภัยผ่านเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารธนชาต โดยจะเป็นช่องทางหลักของการขาย ,ขยายช่องทางขายประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ผ่านเจ้าหน้าที่ธนชาตโบรกเกอร์ (Telesale) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 และช่องทางการขายประกันภัยผ่านทาง Internet หรืออีคอมเมิร์ซ ซึ่งนับวันจะได้รับความสนใจมากขึ้น ส่วนช่องทาง Bancassurance ซึ่งเป็นช่องทางที่ขายประกันภัยผ่าน Counter สาขาของธนาคารธนชาต มีแนวโน้มว่าจะได้เบี้ยประกันรวมทั้งปีเกินจากเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้เป็นเพราะบริษัทฯเน้นออกผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่หลากหลายขึ้น พร้อมเจาะตลาดสินเชื่อรถยนต์ โดยอาศัยความแข็งแกร่งของธนาคารธนชาตในฐานะผู้นำตลาด รวมถึงขยายฐานลูกค้าประกันไปยังลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเอสเอ็มอี นอกจากนี้ยังออกแพ็กเกจที่ตอบสนองได้ทันต่อความต้องการของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ที่สำคัญในด้านบริการยังคงเน้นตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยความรวดเร็ว สะดวกและมีประสิทธิภาพ” นายศุภเดช กล่าว
กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัทธนชาตประกันภัย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์การรุกธุรกิจประกันเพื่อตำแหน่งท็อป 5ในปีนี้ ยังรวมถึงการได้นายนพดล เรืองจินดา จากธนาคารธนชาตขึ้นมาดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร บริษัทธนชาตประกันภัย และเป็นรองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทธนชาตประกันชีวิตด้วย ซึ่งจากประสบการณ์ที่เคยบริหารบริษัททั้งสองแห่งมากว่า 10 ปี ช่วยยกระดับธนชาตประกันภัยจากเบี้ยประกันภัยรับในปี 2541 อยู่ที่ 240 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาทในปี 2552 และทำให้ธนชาตประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยสูงติดอยู่ในอันดับต้นๆของอุตสาหกรรมจนถึงปัจจุบัน และล่าสุดกับผลงานการบริหารเครือข่ายสาขาของธนาคารธนชาตจนสามารถขยายฐานการให้บริการลูกค้าได้มากกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ ทำให้มั่นใจว่ากลุ่มประกันของธนชาตจะขยับขึ้นสู่แนวหน้าของประเทศได้อย่างแน่นอน
ที่มา http://www.thanachartbank.co.th/tbankcmsfrontend/promotiondetailth.aspx?typeid=13&id=426
วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ธนชาตออกเเคมเปญเเรงครึ่งปีหลัง ให้ลูกค้าบินฟรีไปลอนดอน
ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ออกแคมเปญกระตุ้นครึ่งปีหลัง “รูดเต็มที่ กดเต็มแรง ชิงชัยไปลอนดอน” เพียงลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรสินเชื่อบุคคล ธนาคารธนชาต ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตครบทุก 500 บาท/ ใบเสร็จ หรือกดเงินสดทุก 500 บาทผ่านบัตรสินเชื่อบุคคล ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 30 กันยายน 2555 ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-ลอนดอน ฟรี! จำนวน 4 รางวัล ๆ ละ 2 ที่นั่ง ลงทะเบียนผ่านทางมือถือพิมพ์ TA หรือ TB ตามด้วยหมายเลขบัตร 16 หลัก ส่ง SMS มาที่เบอร์ 4712111 ก่อนวันที่ 31 กรกฏาคมนี้ เพื่อเลือกรับคะแนนสะสม หรือสิทธิ์ลุ้นบินฟรีเพิ่มตามต้องการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ธนชาต Contact Center 1770
ที่มา http://www.thanachartbank.co.th/tbankcmsfrontend/promotiondetailth.aspx?typeid=13&id=429
ธนชาตโชว์ไตรมาส2กำไรพุ่งเป็นประวัติการณ์
กลุ่มธนชาตโชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี"55 กำไรพุ่ง 1.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ครึ่งปีแรกกำไร 2.9 พันล้าน
นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการผลการดำเนินงานไตรมาส 2/55 ว่า กลุ่มธนชาตมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,709 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1/55 และ 4/54 หลังจากผ่านปีแห่งการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารนครหลวงไทย พร้อมทั้งก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยในปลายปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1/55 กลุ่ม
ธนชาตมีกำไรสุทธิ 1,194 ล้านบาท และในไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิ 1,709 ล้านบาท แม้ว่าในครึ่งปีนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีที่แล้วก็ตาม
ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นปัจจัยหลักเกิดจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 5.9% เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 5.1% ณ สิ้นไตรมาส 2/55 รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อทั้งสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หากไม่นับรวมการแก้ไขหนี้ NPL และปิดบัญชีลูกหนี้ NPL รายใหญ่ สินเชื่อเติบโตถึงร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 54 ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก Synergy และค่าธรรมเนียมจากการ Cross-sell ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าสินเชื่อจะยังเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธนชาต ในขณะเดียวกันกลุ่มธนชาตจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยผสานพลังภายในกลุ่มในการทำ cross-sell ผ่านเครือข่ายสาขาทั่วประเทศกว่า 630 สาขา อีกทั้งจะลด NPL ลงมาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม ในขณะที่ นาย สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ผลการดำเนินงานของธนาคารธนชาตปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อไตรมาส 4/54 เนื่องจากในปีนี้ธนาคารได้มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของกลุ่มธนชาต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และตอบสนองความต้องการเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในครึ่งปีหลังธนาคารได้มีการวางระบบกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้สินเชื่อขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อ SME และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันธนาคารมีนโยบายในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กันไป ทั้งค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานด้วยการรวมงาน back office เข้าไปไว้ที่เดียวกัน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยด้วยการขยายสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์ และค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญด้วยการบริหารจัดการสินเชื่อ PL และ NPL อย่างมีประสิทธิภาพ
นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการผลการดำเนินงานไตรมาส 2/55 ว่า กลุ่มธนชาตมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,709 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1/55 และ 4/54 หลังจากผ่านปีแห่งการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารธนชาตและธนาคารนครหลวงไทย พร้อมทั้งก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยในปลายปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1/55 กลุ่ม
ธนชาตมีกำไรสุทธิ 1,194 ล้านบาท และในไตรมาสนี้มีกำไรสุทธิ 1,709 ล้านบาท แม้ว่าในครึ่งปีนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำกว่าครึ่งปีที่แล้วก็ตาม
ผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นปัจจัยหลักเกิดจากการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ NPL ลดลงอย่างต่อเนื่อง จาก 5.9% เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 5.1% ณ สิ้นไตรมาส 2/55 รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อทั้งสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หากไม่นับรวมการแก้ไขหนี้ NPL และปิดบัญชีลูกหนี้ NPL รายใหญ่ สินเชื่อเติบโตถึงร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 54 ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก Synergy และค่าธรรมเนียมจากการ Cross-sell ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าสินเชื่อจะยังเติบโตได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธนชาต ในขณะเดียวกันกลุ่มธนชาตจะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยผสานพลังภายในกลุ่มในการทำ cross-sell ผ่านเครือข่ายสาขาทั่วประเทศกว่า 630 สาขา อีกทั้งจะลด NPL ลงมาให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม ในขณะที่ นาย สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “ผลการดำเนินงานของธนาคารธนชาตปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อไตรมาส 4/54 เนื่องจากในปีนี้ธนาคารได้มีการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของกลุ่มธนชาต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และตอบสนองความต้องการเพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในครึ่งปีหลังธนาคารได้มีการวางระบบกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้สินเชื่อขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อ SME และสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันธนาคารมีนโยบายในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่กันไป ทั้งค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานด้วยการรวมงาน back office เข้าไปไว้ที่เดียวกัน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยด้วยการขยายสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์ และค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญด้วยการบริหารจัดการสินเชื่อ PL และ NPL อย่างมีประสิทธิภาพ
วันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
บลจ.ธนชาต เสนอขายกองทุนตราสารหนี้ผสม ไทย – ตปท. พร้อมกัน 2 กองทุน
บลจ.ธนชาต เสนอขายกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 24 (TFixedIncome24) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.20% และกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income M1 (TFixedIncomeM1) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.00% ต่อปี โดยทั้งสองกองทุน เสนอขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 3 - 9 กรกฎาคม2555
นายสุรธีร์ กิตติวรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 24 (TFixedIncome24) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ธนาคาร Union National Bank ประมาณ 20% ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank / ธนาคาร Frist Gulf Bank ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Banco Bradesco / Itau Unibanco S.A. ประมาณ 20%ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดย Emirates NBD ประมาณ 18% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส / บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น / บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง ประมาณ 21.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.4304 % ต่อปี โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2304 % ต่อปี
และกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income M1 (TFixedIncomeM1) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.00% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ธนาคาร Union National Bank ประมาณ 22%, ธนาคาร Frist Gulf Bank / ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส / บมจ.อยุธยา ดีเวลลอปเม้น ลีสซิ่ง ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น / บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.โตโยต้า ลิสซิ่ง ประมาณ 11.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.2592 % ต่อปี โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2592 % ต่อปี
ทั้งสองกองทุนเสนอขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 3 – 9 กรกฎาคม 2555 โดยกองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
คำเตือน
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
- กองทุน TFixedIncome24 และ TFixedIncomeM1 จะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน ดังนั้น จึงอาจมีความเสี่ยงที่คู่สัญญาธุรกรรมการป้องกันความเสี่ยงอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันหรือสัญญาดังกล่าวได้
- หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้
- การลงทุนที่แท้จริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้เพื่อความเหมาะสมกับสภาพตลาดตราสารหนี้ และอัตราดอกเบี้ยของตราสารต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายของกองทุน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทร 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร 1770 หรือ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com
จาก http://www.thaipr.net/finance/415443
นายสุรธีร์ กิตติวรวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ จะทำการเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 24 (TFixedIncome24) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.20% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ธนาคาร Union National Bank ประมาณ 20% ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank / ธนาคาร Frist Gulf Bank ประมาณ 20% ลงทุนในตราสารหนี้ ที่ออกโดย Banco Bradesco / Itau Unibanco S.A. ประมาณ 20%ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดย Emirates NBD ประมาณ 18% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส / บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น / บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง ประมาณ 21.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.4304 % ต่อปี โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2304 % ต่อปี
และกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income M1 (TFixedIncomeM1) ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.00% ต่อปี มีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน Arab Emirates Dirham ธนาคาร Union National Bank ประมาณ 22%, ธนาคาร Frist Gulf Bank / ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส / บมจ.อยุธยา ดีเวลลอปเม้น ลีสซิ่ง ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น / บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ออกโดย บมจ.โตโยต้า ลิสซิ่ง ประมาณ 11.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% ผลตอบแทนรวมของตราสารประมาณ 3.2592 % ต่อปี โดยมีประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุนประมาณ 0.2592 % ต่อปี
ทั้งสองกองทุนเสนอขายครั้งเดียวระหว่างวันที่ 3 – 9 กรกฎาคม 2555 โดยกองทุนจะมีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน
คำเตือน
- การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
- กองทุน TFixedIncome24 และ TFixedIncomeM1 จะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับมูลค่าตราสารหนี้ต่างประเทศที่กองทุนลงทุน ดังนั้น จึงอาจมีความเสี่ยงที่คู่สัญญาธุรกรรมการป้องกันความเสี่ยงอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันหรือสัญญาดังกล่าวได้
- หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้
- การลงทุนที่แท้จริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากนี้เพื่อความเหมาะสมกับสภาพตลาดตราสารหนี้ และอัตราดอกเบี้ยของตราสารต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายของกองทุน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมขอรับหนังสือชี้ชวนได้ในวันและเวลาทำการเสนอขายที่ บลจ.ธนชาต โทร 0-2126-8399 กด 0 หรือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร 1770 หรือ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ บลจ.ธนชาต แต่งตั้ง www.thanachartfund.com
จาก http://www.thaipr.net/finance/415443
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)